Health Care 22/2560

การดูแลสุขภาพช่องปาก


การดูแลสุขภาพช่องปากด้วยการพบทันตแพทย์ทุกๆ 6 เดือน

  • ในแต่ละวัน ปากของเราต้องรับบทหนักกับการขบเคี้ยว ลำเลียงอาหารที่เราบริโภคส่งผ่านไปยังกระเพาะอาหาร ไม่ว่าจะเป็นอาหารแข็งหรืออาหารเหลว หรือแม้แต่เครื่องดื่มหลากหลายชนิดที่มีมากมายตามท้องตลาด หลังการทานอาหารในแต่ละมื้อจึงจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องทำความสะอาดฟันทุกครั้ง หากไม่มีเวลาแปรงฟัน อย่างน้อยก็ควรบ้วนปากเพื่อไม่ให้เศษอาหารติดตามซอกฟันจนเป็นเหตุให้เกิดฟันผุตามมา
  • การตรวจสุขภาพฟันเป็นประจำมีคนเพียงส่วนน้อยที่จะเข้าไปพบทันตแพทย์ ทั้งนี้อาจเนื่องจากค่าใช้จ่ายในการตรวจฟัน รักษาฟันนั้นค่อนข้างแพง แต่ถึงแม้กระนั้น ด้วยหน้าที่ของปากในแต่ละวันต้องเจอะเจอกับสารพัดอาหาร เครื่องดื่มแล้ว เราควรไปตรวจสุขภาพในช่องปากอย่างน้อยทุกๆ 6 เดือนเพื่อตรวจเช็คสภาพในช่องปาก ทราบปัญหาหรือเรียนรู้วิธีการบำรุงดูแลสุขภาพในช่องปาก ซึ่งถือเป็นเรื่องสำคัญและจำเป็นอย่างมากของการดูแลรักษาสุขภาพในช่องปากที่เราไม่ควรมองข้าม


วิธีการดูแลสุขภาพช่องปากเพื่อรอยยิ้มที่สดใส

  1. แปรงฟันอย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง ด้วยยาสีฟันที่มีส่วนผสมฟลูออไรด์ โดยเฉพาะหลังจากที่คุณรับประทานอาหารเช้าและก่อนนอน
  2. ใช้ไหมขัดฟันอย่างน้อยวันละ 1 ครั้งก่อนนอน เพื่อขจัดเศษอาหารที่ติดตามซอกฟันของคุณทั้งวันไม่ให้เกิดเน่า ส่งกลิ่นเหม็น และทำให้เกิดฟันผุ คราบหินปูนตามมา
  3. จำกัดปริมาณของว่างในแต่ละวันไม่ให้รับประทานมากเกินความจำเป็นโดยเฉพาะอาหาร เครื่องดื่มที่มีรสหวาน เช่น กาแฟ ชาเย็น เพราะอย่าลืมว่าน้ำตาลเป็นอาหารอันโอชะของเหล่าแบคทีเรียตัวร้ายที่คอยทำลายฟันของเราอยู่
  4. พบทันตแพทย์เป็นประจำซึ่งการมีสุขภาพปากและฟันที่ดีเป็นเรื่องง่าย เมื่อคุณ ได้รับข้อมูลและคำแนะนำที่ถูกต้องก็จะทำให้ไปอย่างถูกทิศทาง
  • สรุปแล้วการดูแลสุขภาพช่องปากที่ดี ถือเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดซึ่งจะช่วยทำให้คุณมีสุขภาพเหงือกและฟันสมบูรณ์ และมีสุขภาพฟันที่ดี ซึ่งไม่เพียงแต่ช่วยให้คุณดูดี แต่ยังช่วยทำให้คุณรับประทานอาหาร และพูดได้ดีขึ้นอีกด้วย เพราะการมีสุขภาพช่องปากที่ดีถือเป็นสิ่งสำคัญที่สุดสำหรับการมีคุณภาพชีวิตที่ดี ส่วนการปกป้องและดูแลสุขภาพฟันให้ดีอยู่ทุกวัน ซึ่งหมายถึงการแปรงฟันและใช้ไหมขัดฟันที่ถูกวิธี ก็จะช่วยป้องกันปัญหาก่อนที่มันจะเกิดขึ้นแลอาจจะลุกลามใหญ่โต การป้องกันปัญหาเหล่านั้นจะไม่ทำให้คุณต้องเผชิญกับความเจ็บปวด และเสียค่าใช้จ่ายที่น้อยกว่าการรักษาหลังเกิดปัญหาแล้วนั่นเอง

ภาพ และข้อมูลจาก
สุขภาพดี