News 104/2560

รัฐปรับโครงสร้างภาษี


  • วันที่ 19 ตุลาคม สำนักข่าว Voice tv รายงานว่านายสมบูรณ์ วีระวุฒิวงศ์ หัวหน้าหุ้นส่วนกรรมการอาวุโส และกรรมการบริหารสายงานภาษีและกฎหมาย บริษัท PwC ประเทศไทย  เปิดเผยในงานสัมมนาประจำปี PwC Thailand Symposium 2017 หัวข้อ “รู้ทันการเปลี่ยนแปลง เตรียมตัวรับมือผลกระทบจากกฎหมายและภาษีอากรที่เปลี่ยนไป” (Dealing with disruption – Gearing up for change) ว่า แนวทางการจัดเก็บภาษีทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศมีแนวโน้มเปลี่ยนแปลงไปจากอดีตในหลายด้าน อาทิ การที่ไทยเข้าร่วมเป็นสมาชิกโครงการป้องกันการถูกกัดกร่อนฐานภาษีและการโอนกำไรไปต่างประเทศ (Base Erosion and Profit Shifting: BEPS)  การประกาศใช้กฎหมายเพิ่มเติมสำคัญ 2 ฉบับที่เกี่ยวข้องกับการนำเข้าและการเสียอากรขาเข้าของสินค้า รวมถึงกฎระเบียบและข้อบังคับใหม่ๆ ของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) และกรมสรรพากร เตรียมนำระบบการคัดเลือกผู้เสียภาษีเพื่อกำกับและตรวจสอบ (Risk-Based Audit: RBA) มาใช้ในการตรวจสอบภาษี  ซึ่งผู้เสียภาษี ต้องเตรียมตัวให้พร้อมกับการเปลี่ยนแปลงนี้ที่อาจส่งผลกระทบต่อธุรกิจและผู้เสียภาษีเอง 
  • เมื่อเดือนมิถุนายน 2560 ไทยได้เข้าร่วมเป็นหนึ่งในสมาชิกโครงการ BEPS จึงทำให้ไทยมีข้อผูกมัดต้องรับหลักการในแผนปฏิบัติการที่นำเสนอโดยองค์การเพื่อความร่วมมือทางด้านเศรษฐกิจและการพัฒนา (Organisation for Economic Co-operation and Development: OECD) อย่างน้อย 4 หลักการมาใช้บังคับ เพื่อให้เป็นการสอดคล้องกับมาตรฐานสากล ประกอบด้วย  
  1. การป้องกันการใช้อนุสัญญาภาษีซ้อนในทางที่ไม่ถูกต้อง (The Prevention of Treaty Abuse) 
  2. การจัดทำรายงานระหว่างประเทศ (Country-by-Country Reporting: CbCR) 
  3. มาตรการการตอบโต้ (Harmful Tax Practices) 
  4. มาตรการปรับปรุงข้อโต้แย้งระหว่างประเทศ (Dispute Resolution) 
  • ทำให้กฎหมายของไทย ต้องถูกตรวจสอบหรือตรวจทานจากประเทศสมาชิกอื่นก่อนด้วยว่า มีความพร้อมเพียงพอหรือไม่ที่จะรับหลักการตามแผนปฏิบัติการทั้ง 4 ของ OECD มาปรับใช้ 
  • การเข้าร่วมโครงการดังกล่าว นำมาสู่การปรับปรุงกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ซึ่งภายในเดือนเดียวกัน กรมสรรพากรได้นำเสนอร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) แก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร เรื่อง มาตรการการป้องกันการกำหนดราคาโอนระหว่างบริษัท หรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่มีความสัมพันธ์กันมาใช้บังคับ โดยเนื้อหาสาระในร่างกฎหมายฉบับดังกล่าว กำหนดให้บริษัทข้ามชาติที่ทำธุรกรรมกับบริษัทในกลุ่มในเครือ จะต้องจัดทำเอกสารกำหนดราคาโอนเพื่อนำส่งกรมสรรพากร ทำให้ผู้เสียภาษีมีต้นทุนในการดำเนินงานสูงขึ้น 
  • โดย PwC คาดว่าร่างกฎหมายฉบับนี้ จะมีผลบังคับใช้ในเร็วๆ นี้  ผู้เสียภาษีจึงต้องประเมินผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากการค้าระหว่างประเทศ หรือภายในประเทศ รวมไปถึงต้นทุนที่เพิ่มขึ้นจากการจัดทำรายงานระหว่างประเทศ ที่อาจกระทบต่อผลการดำเนินงาน ภาษีในการโอนเงินกลับประเทศ หรือโอนจากบริษัทเครือข่ายในต่างประเทศที่อาจสูงขึ้นจากการกำหนดสิทธิประโยชน์ตามสนธิสัญญาทางภาษี และผลกระทบที่อาจเกิดกับบริษัทที่ได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษี

ภาพ และข้อมูลจาก