News 107/2560

พาณิชย์ เร่งขยายตลาดเพิ่มรายได้ท้องถิ่น


  • วันที่ 21 ตุลาคม สำนักข่าว Voice tv รายงานว่านางอภิรดี ตันตราภรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า กระทรวงพาณิชย์มีแผนที่จะขยายจำนวน “ตลาด” เพิ่มเติมเพื่อให้ครอบคลุมชุมชนจำนวนมากขึ้น พัฒนา “ตลาดรูปแบบใหม่” พร้อมทั้งต่อยอด “ตลาด” ให้เชื่อมโยงกับภาคธุรกิจท่องเที่ยว ขณะเดียวกันจะมอบหมายให้สำนักงานพาณิชย์จังหวัดทั่วประเทศเร่งผลักดันให้เกิดการเชื่อมโยงการรับซื้อตลอดห่วงโซ่อุปทาน ให้คำปรึกษาแก่เกษตรกรและผู้ประกอบธุรกิจท้องถิ่นให้สามารถผลิตสินค้าที่สอดคล้องกับความต้องการของตลาด ขยายช่องทางการตลาดทั้งในและนอกพื้นที่ ตลอดจนจัดการอบรมให้แก่ผู้ผลิต ผู้ค้า ผู้ประกอบการในชุมชนและเกษตรกรให้สามารถก้าวสู่การเป็นผู้ประกอบการ 4.0 โดยผ่านสถาบันพัฒนาผู้ประกอบการการค้ายุคใหม่ (NEA : New Economy Academy) ของกระทรวงพาณิชย์ 
 "รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าว ช่วงที่ผ่านมา กระทรวงพาณิชย์ได้แปลงนโยบายการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากของรัฐบาลสู่การปฏิบัติ โดยใช้การพัฒนา “ตลาด” หลากหลายรูปแบบเป็นกลไกขยายช่องทางจำหน่ายให้ผลผลิตทางการเกษตร สินค้าชุมชนและท้องถิ่น เพื่อยกระดับเศรษฐกิจฐานรากและสร้างรายได้สู่ชุมชนทั่วประเทศ พร้อมจับมือหน่วยงานพันธมิตรพัฒนาเกษตรกร ผู้ผลิต และผู้ค้ารายย่อยในชุมชนสู่การเป็นผู้ประกอบการ 4.0"
  • กระทรวงพาณิชย์ ได้ดำเนินนโยบายรัฐบาลเพื่อลดความเหลื่อมล้ำ สร้างรายได้ สร้างเศรษฐกิจชุมชนให้เข้มแข็ง  ประชาชนมีความสุข  โดยมุ่งส่งเสริมตลาดสินค้าเกษตรและตลาดชุมชน เพื่อขยายช่องทางการจำหน่าย   อาทิ การจัดตั้งตลาดชุมชนภายใต้ชื่อ “ตลาดต้องชม” โดยพัฒนาตลาดชุมชนเดิมที่มีอัตลักษณ์ สะท้อนวิถีชุมชน มีเอกลักษณ์พาณิชย์ และจำหน่ายสินค้าในราคายุติธรรมและปริมาณเที่ยงตรง รวมถึงสนับสนุนให้เกษตรกร วิสาหกิจชุมชน และผู้ประกอบการท้องถิ่นนำสินค้าในพื้นที่มาจำหน่ายให้ประชาชนโดยตรง เพื่อกระตุ้นระบบเศรษฐกิจและสร้างรายได้เพิ่ม ก่อให้เกิดความเข้มแข็งให้เศรษฐกิจท้องถิ่น (Local Economy)
  • ปัจจุบันมี “ตลาดต้องชม” อยู่ทั่วทุกภูมิภาคจำนวน 148 แห่ง ก่อให้เกิดการท่องเที่ยวที่ช่วยให้ตลาดชุมชนมีรายได้เพิ่มขึ้นหลายร้อยล้านบาท   การจัดตั้งตลาดเฉพาะสินค้า (Magnet Market) เชื่อมโยงผลผลิตเด่นจากแหล่งผลิตสู่ผู้บริโภคและนักท่องเที่ยวโดยตรง เช่น ตลาดทุเรียน ปัจจุบันเปิดตลาดแล้ว 4 แห่ง  ณ จังหวัดเชียงใหม่ ภูเก็ต อุดรธานี และกรุงเทพฯ   การพัฒนาศูนย์จำหน่ายสินค้าเกษตรชุมชน (Farm Outlets)  เพื่อเป็นแหล่งหรือศูนย์กลางให้เกษตรกรนำผลผลิตเกษตรและผลิตภัณฑ์ชุมชนมาจำหน่าย ปัจจุบันมีศูนย์ฯ รวมทั้งสิ้น 42 แห่ง ใน 24 จังหวัด ก่อให้เกิดมูลค่าการจำหน่ายสินค้ารวมกว่า 300 ล้านบาท  การจัดตั้งตลาดประชารัฐชายแดน โดยปรับปรุงให้ตลาดในพื้นที่มีมาตรฐานและผลักดันให้เป็นตลาดที่ทำการซื้อขายสินค้าของประชาชนในพื้นที่ และส่งเสริมให้ประชาชนจากประเทศเพื่อนบ้านเข้ามาซื้อขายเพื่อขยายมูลค่าการค้าชายแดน โดยจะนำร่องตลาดประชารัฐไทย-ลาว เป็นแห่งแรก นอกจากนั้น กระทรวงพาณิชย์ยังได้ส่งเสริมตลาดสินค้าเกษตรอินทรีย์  เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่ผลผลิตการเกษตร  ผ่านการเข้าร่วมงานแสดงและจำหน่ายสินค้าอินทรีย์ระดับภูมิภาคและระดับประเทศ (Organic & Natural Expo 2017 ) รวมทั้งได้จัดตั้งหมู่บ้านเกษตรอินทรีย์ (Organic Village) เพื่อสนับสนุนเกษตรกรให้มีการผลิตสินค้าตามมาตรฐานและมีความรู้ด้านการตลาดอินทรีย์โดยเฉพาะ            

ภาพ และข้อมูลจาก