News 127/2560

พาณิชย์เลื่อนประกาศควบคุมสินค้า


  • วันที่ 27 ตุลาคม สำนักข่าว INN รายงานว่านายวิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรที่ 8 จังหวัดสุราษฎร์ธานี (สศท.8) ได้ศึกษาตัวชี้วัดความผาสุกของเกษตรกรในพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนังอันเนื่องมาจากพระราชดำริ โดยยึดตามวิธีการจัดทำดัชนีความผาสุกของประเทศ พร้อมทั้งเสนอแนวทางพัฒนาการเกษตรและคุณภาพชีวิตของเกษตรกรในพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนังฯ 
  • โดยผลการศึกษาดัชนีความผาสุกของเกษตรกร วัดจากการพัฒนา 5 ด้าน ได้แก่ ด้านเศรษฐกิจ สุขอนามัย การศึกษา สังคม และสิ่งแวดล้อม พบว่าในปี 2560 เกษตรกรในพื้นที่ฯ มีความผาสุก ในระดับ 83.38 จัดอยู่ในระดับการพัฒนาดี แต่การพัฒนายังคงไม่สมดุล โดยการพัฒนาด้านสังคม และด้านสุขอนามัย อยู่ในระดับดีมาก ด้านการศึกษา และด้านเศรษฐกิจ อยู่ในระดับดี 
  • ส่วนด้านสิ่งแวดล้อม (สัดส่วนพื้นที่ป่าไม้ต่อพื้นที่ทั้งหมดของโครงการฯ) ยังอยู่ในระดับต้องปรับแก้ไข โดยสาเหตุหนึ่งเกิดจากการขยายพื้นที่เพื่อปลูกปาล์ม และยางพารา ดังนั้น เพื่อการพัฒนาที่สมดุลและยั่งยืน จึงควรสนับสนุนการฟื้นฟูและปลูกป่าเพิ่ม เพื่อสร้างความสมดุลในระบบนิเวศให้มากขึ้น 
  • รวมทั้งจัดที่ทำกินในพื้นที่ป่าไม้ ส่งเสริมการพัฒนาปรับปรุง/ฟื้นฟูทรัพยากรดินอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งสร้างความภูมิใจในอาชีพเกษตรกรรมให้มากขึ้น โดยสร้างแรงจูงใจให้เยาวชนหรือเกษตรกรรุ่นใหม่และแรงงานที่มีคุณภาพ เข้าสู่อาชีพเกษตรกรรม เพิ่มมาตรการจูงใจให้ยุวเกษตรกร สานต่ออาชีพเกษตรกรรมต่อไป 
  • ทั้งนี้ โครงการพัฒนาพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนังอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ตั้งอยู่บริเวณตอนใต้ของจังหวัดนครศรีธรรมราช ครอบคลุมพื้นที่ 3 จังหวัด 13 อำเภอ 77 ตำบล 665 หมู่บ้าน 179,476 ครัวเรือน ประชากร 531,524 คน ซึ่งในช่วง 30 ปีที่ผ่านมา ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เกิดความเสื่อมโทรม ส่งผลให้พื้นที่ลุ่มน้ำปากพนังเกิดปัญหาระบบนิเวศเสียสมดุล ราษฎรในพื้นที่ได้รับความเดือดร้อนไม่สามารถประกอบอาชีพได้ดังเดิม และโยกย้ายถิ่นฐานออกไปทำมาหาเลี้ยงชีพนอกพื้นที่
  • ความทราบถึงพระเนตรพระกรุณาของ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ด้วยพระมหากรุณาธิคุณ จึงทรงมีพระราชดำริอย่างต่อเนื่องถึง 13 ครั้ง ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมบูรณาการดำเนิน “โครงการพัฒนาพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนังอันเนื่องมาจากพระราชดำริ” ครอบคลุมพื้นที่ประมาณ 2.2753 ล้านไร่ ขึ้นในปี พ.ศ.2535 และแล้วเสร็จในปี พ.ศ.2547 โดยยึดแนวพระราชดำริ ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง มีสองแผนงานหลัก คือ แผนบริหารจัดการและฟื้นฟูนิเวศลุ่มน้ำปากพนัง และแผนแม่บทการพัฒนาอาชีพและส่งเสริมรายได้ โดยโครงการพัฒนาพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนังอันเนื่องมาจากพระราชดำริ มีเป้าหมายให้ราษฎรในพื้นที่อยู่ดีกินดี มีความสุข ตามพระราชประสงค์ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ร่วมบูรณาการ สนองพระราชดำริครอบคลุมทุกด้านมาอย่างต่อเนื่อง ความอุดมสมบูรณ์กลับคืนมาโดยลำดับ ระบบนิเวศต่างๆ ปรับตัวเข้าสู่สมดุลใหม่โดยมีนิเวศแหล่งน้ำเป็นหัวใจหลัก ราษฎรที่อพยพโยกย้ายถิ่นฐานออกไปหาเลี้ยงชีพนอกพื้นที่กลับสู่ถิ่นฐานมาประกอบอาชีพในพื้นที่มีความอยู่ดีกินดีขึ้นโดยลำดับจากการพัฒนาพื้นที่ในโครงการ
  • แผนการพัฒนาล่าสุด คือ แผนแม่บทโครงการพัฒนาพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนังอันเนื่องมาจากพระราชดำริ พ.ศ. 2560-2564 มีวิสัยทัศน์ คือ “พื้นที่ลุ่มน้ำปากพนังเป็นแหล่งอาหารที่อุดมสมบูรณ์ สิ่งแวดล้อมสมดุล ประชาชนมีความผาสุก ตามปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง” ตัวชี้วัดหลัก คือ ความผาสุกของเกษตรกรในพื้นที่ฯ

ภาพ และข้อมูลจาก