News 135/2560

ร่างแก้ไข กม.สตาร์ทอัพ


  • วันที่ 29 ตุลาคม สำนักข่าว Voice tv รายงานว่านางอภิรดี ตันตราภรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยความคืบหน้า ร่าง พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์(ฉบับที่..) พ.ศ.... เพื่อธุรกิจสตาร์ทอัพ หลังกรมพัฒนาธุรกิจการค้า นำร่าง พ.ร.บ.แก้ไขฯ ฉบับดังกล่าว ไปรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ทั้งหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ประชาชน และผู้ประกอบการกลุ่มสตาร์ทอัพ จำนวน 4 ครั้ง 
  • รวมทั้งการรับฟังความคิดเห็นผ่านทางเว็บไซต์ของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า (www.dbd.go.th) และได้นำความเห็น/ข้อเสนอแนะทั้งหมด มาวิเคราะห์ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากกฎหมายฉบับนี้ และได้ปรับปรุงแก้ไขร่างกฎหมายฯ ตามที่ได้รับฟังความคิดเห็น ก่อนเสนอขอความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรี (ครม.) 
  • ซึ่งที่ประชุม ครม. ได้ผ่านความเห็นชอบแล้ว ดังนั้น ขั้นตอนต่อไป สำนักงานเลขาธิการคณะรัฐมนตรี จะส่งร่างกฎหมายฯ ให้สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจพิจารณา หากผ่านการพิจารณาฯ ก็จะส่งให้สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) พิจารณา 3 วาระ ก่อนตราเป็นกฎหมายบังคับใช้ต่อไป 
  • รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า หัวใจหลักของการแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายฯ คือ ช่วยลดอุปสรรคในการประกอบธุรกิจของธุรกิจสตาร์ทอัพ และเสริมสร้างศักยภาพในการแข่งขันของประเทศ โดยสาระสำคัญของร่างพ.ร.บ.แก้ไขฯ ฉบับนี้ แบ่งออกตามวัตถุประสงค์ 2 ประเด็น ดังนี้ 
1) เพื่อดึงดูดนักลงทุนและสร้างแรงจูงใจในการเข้ามาร่วมลงทุนสาระที่ปรับแก้ โดย
1.1 นักลงทุนหรือเจ้าหนี้สามารถเข้ามาเป็นผู้ถือหุ้นของบริษัทได้ โดยการซื้อหุ้นจากการเสนอขายโดยเฉพาะเจาะจง หรือการแปลงหนี้เป็นทุนแล้วแต่กรณี 
1.2 หุ้นบุริมสิทธิที่ออกให้แก่นักลงทุนหรือเจ้าหนี้ สามารถเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขของสิทธิจากที่กำหนดไว้เดิมได้ และสามารถแปลงเป็นหุ้นสามัญได้ ซึ่งจะทำให้นักลงทุนหรือเจ้าหนี้มีส่วนในการตัดสินใจในการร่วมลงทุนกับบริษัทมากขึ้น 


2) เพื่อสร้างแรงจูงใจการทำงานให้แก่พนักงานและผู้บริหาร สาระที่ปรับแก้
2.1) ทยอยให้หุ้นแก่พนักงาน (Vesting) เพื่อเป็นการตอบแทนการทำงาน ซึ่งจะทำให้พนักงานรู้สึกว่าเป็นส่วนหนึ่งในการเป็นเจ้าของกิจการ 
2.2) ซื้อหุ้นได้ในราคาที่กำหนด หรือ ESOP : Employee Stock Option Plan แม้ว่าราคาตลาดในช่วงนั้นจะปรับขึ้นไปอยู่ในระดับใดก็ตาม โดย ESOP เป็นรูปแบบหนึ่งของสวัสดิการที่บริษัทให้แก่กรรมการและพนักงาน เป็นเครื่องมือในการกระจายกรรมสิทธิ์ในทุนของบริษัทให้แก่กรรมการและพนักงานของบริษัท 
“การแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (ฉบับที่..) พ.ศ.... เพื่อธุรกิจสตาร์ทอัพ เป็นประโยชน์ต่อการเจริญเติบโตของเศรษฐกิจเป็นอย่างมาก ส่งผลให้ผู้ประกอบการกลุ่มสตาร์ทอัพ สามารถจัดตั้งบริษัท/ดำเนินกิจการได้คล่องตัวมากขึ้นและเป็นไปอย่างต่อเนื่อง ซึ่งจะสามารถสร้างความเชื่อมั่นให้แก่นักลงทุนที่กำลังเข้ามาร่วมลงทุน และดึงดูดให้นักลงทุนทั้งชาวไทย/ชาวต่างชาติตัดสินใจเข้าร่วมลงทุนกับธุรกิจสตาร์ทอัพในประเทศไทย ซึ่งจะส่งผลให้ศักยภาพในการแข่งขันของประเทศมีระดับที่สูงขึ้นตามไปด้วย” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าว 
  • ทั้งนี้ จากข้อมูลของสมาคม Thai Tech Startup พบว่า ในช่วงระยะ 1-2 ปีที่ผ่านมา (2559 - 2560) กลุ่มผู้ประกอบการสตาร์ทอัพในประเทศไทย มีอัตราการเจริญเติบโตแบบก้าวกระโดดถึงร้อยละ 80 โดยมีจำนวนรวมกว่า 1,500 ราย คาดว่าในอนาคตจะมีผู้ประกอบการสตาร์ทอัพเพิ่มขึ้นถึง 3,000 - 5,000 ราย 
  • โดยในปี 2560 สตาร์ทอัพในไทย มีมูลค่าทรัพย์สินในตลาดรวมกว่า 1.6 พันล้านเหรียญสหรัฐ หรือราว 53,000 ล้านบาท (อัตราแลกเปลี่ยน 1 ดอลล่าห์สหรัฐ : 33 บาท) และคาดว่าภายในปี 2562 จะมีมูลค่าทรัพย์สินในตลาดรวมไม่ต่ำกว่า 2 - 3 พันล้านเหรียญสหรัฐ หรือราว 66,000 - 99,000 ล้านบาท
              
ภาพ และข้อมูลจาก