News-2602560

น้ำมันลง หุ้นสหรัฐฯทุบสถิติ-ทองบวก


  • วันที่ 19 ธันวาคม สำนักข่าวผู้จัดการ รายงานว่าสัญญาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัส อินเตอร์มีเดียต หรือไลต์สวีตครูด เดือนมกราคม ลดลง 35 เซนต์ ปิดที่ 56.98 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หลังจากช่วงหนึ่งขยับขึ้นไปถึง 57.87 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ส่วนเบรนต์ทะเลเหนือลอนดอน งวดส่งมอบเดือนกุมภาพันธ์ ลดลง 17 เซนต์ ปิดที่ 63.06 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
  • ราคาน้ำมันเบรนต์ช่วงหนึ่งดีดขึ้นแตะระดับ 63.91 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ก่อนแกว่งตัวลงหลัง Ineos บริษัทผู้ดูแลท่อลำเลียงนอร์ท ซี ฟอร์ตีส์ เผยว่าบริเวณรอยแตกซึ่งเป็นจุดที่น้ำมันรั่วไหลจนทำให้ปิดท่อลำเลียงนั้น ไม่ได้ขยายวงกว้าง 
  • ข้อมูลดังกล่าวถือว่าเป็นข่าวดี เนื่องจากเดิมทีมีความกังวลว่าท่อลำเลียงแห่งนี้อาจต้องหยุดปฏิบัติการนานหลายสัปดาห์เพื่อซ่อมแซมรูรั่ว ซึ่งอาจก่อปัญหาทางอุปทาน
  • ด้านตลาดหุ้นสหรัฐฯในวันจันทร์(18ธ.ค.) ทุบสถิติสูงสุดตลาดกาลรอบใหม่อีกครั้ง ด้วยแนสแดคปิดจ่อระดับ 7,000 จุด ท่ามกลางความเชื่อมั่นว่าร่างกฎหมายปฏิรูปภาษี จะผ่านความเห็นชอบจากสภาคองเกรส
ดาวโจนส์ เพิ่มขึ้น 140.46 จุด (0.57 เปอร์เซ็นต์) ปิดที่ 24,972.20 จุด เอสแอนด์พี เพิ่มขึ้น 14.35 จุด (0.54 เปอร์เซ็นต์) ปิดที่ 2,690.16 จุด แนสแดค เพิ่มขึ้น 58.18 จุด (0.84 เปอร์เซ็นต์) ปิดที่ 6,994.76 จุด 
  • วอลล์สตรีทพุ่งขึ้นอย่างต่อเนื่อง หลังแพ็คเกจยกเครื่องภาษีของรีพับลิกันก้าวผ่านอุปสรรคต่างๆ จนได้รับคาดหมายว่าจะได้รับความเห็นชอบจากสภาคองเกรส และจะถูกวางบนโต๊ะของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เพื่อลงนามบังคับใช้เป็นกฎหมายได้ภายในสิ้นปีนี้ ขณะที่วุฒิสมาชิกมีกำหนดลงมติเห็นชอบร่างกฎหมายดังกล่าวในวันอังคาร(19ธ.ค.)
  • ปัจจัยดังกล่าวช่วยดันให้ราคาทองคำในวันจันทร์(18ธ.ค.) ปิดบวกเป็นวันที่ 4 ติดต่อกัน โดยโดยทองคำตลาดโคเม็กซ์ เพิ่มขึ้น 8 ดอลลาร์ ปิดที่ 1,265.50 ดอลลาร์ต่อออนซ์

ภาพ และข้อมูลจาก