News-2652560

ส.ส.สหรัฐฯลงมติเห็นชอบร่างกฎหมายปฏิรูปภาษี


  • วันที่ 20 ธันวาคม สำนักข่าวผู้จัดการ รายงานว่าร่างกฎหมายยกเครื่องระบบภาษีสหรัฐฯครั้งใหญ่ที่สุดในรอบกว่า 30 ปี อาจได้รับการลงนามบังคับใช้เป็นกฎหมายโดยประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ทันทีในวันพุธ (20 ธ.ค.) หากว่าวุฒิสภายกมือเห็นชอบตามรอยสภาผู้แทนราษฎร ถือเป็นการทำตามคำสัญญาของทรัมป์ ที่เคยรับปากว่าจะมอบการปรับลดภาษีเป็นของขวัญวันคริสต์มาสแก่ชาวอเมริกัน
  • สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเห็นชอบด้วยคะแนน 227 ต่อ 203 เอาชนะเสียงต้านจากเดโมแครตและสมาชิกรีพับลิกัน 12 คน ที่โหวตคัดค้าน 
  • กฎหมายปฏิรูปภาษีขั้นสุดท้าย มาจากการรวมเนื้อหาของร่างกฎหมายปฏิรูปภาษีที่ผ่านการอนุมัติของวุฒิสภาและสภาผู้แทนราษฎรก่อนหน้านี้ 
  • แผนปฏิรูปภาษีนี้จะรวมถึงการปรับลดภาษีเงินได้นิติบุคคล ลงสู่ระดับ 21% จากระดับ 35% โดยมีผลบังคับใช้ทันทีในวันที่ 1 มกราคมปีหน้า แทนที่จะชะลอออกไปอีก 1 ปี ตามร่างกฎหมายปฏิรูปภาษีของวุฒิสภา นอกจากนี้ยังรวมถึงภาษีร่ำรวย เช่นเดียวกับการปรับลดภาษีชั่วคราวสำหรับบางบุคคลและครอบครัว 
ขณะเดียวกัน ร่างกฎหมายปฏิรูปภาษีขั้นสุดท้าย จะยังคงจำนวนขั้นบันไดของการคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาไว้ที่ 7 ขั้น คือ ที่ระดับ 10%, 12%, 22%, 24%, 32%, 35% และ 37% โดยลดอัตราภาษีขั้นสูงสุดสู่ระดับ 37% จากระดับ 39.6% 
จากข้อมูลของศูนย์นโยบายภาษี สถาบันวิจัยในวอชิงตัน ระบุว่า ครัวเรือนที่มีรายได้ปานกลางจะได้รับการลดภาษีเฉลี่ย 900 ดอลลาร์ในปีหน้า ส่วนพวกคนรวยที่คิดเป็น 1 เปอร์เซ็นต์ของชาวอเมริกา จะได้รับการลดภาษีเฉลี่ย 51,000 ดอลลาร์ 
  • รีพับลิกันยืนยันว่า แพ็กเกจปฏิรูปภาษีนี้จะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจและส่งเสริมการจ้างงาน และมองว่ามาตรการดังกล่าวจะเป็นกุญแจสำคัญที่จะช่วยให้พวกเขารักษาเสียงข้างมากทั้งในสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภาในศึกเลือกตั้งกลางเทอมเดือนพฤศจิกายนปีหน้า
  • ทางฝั่งเดโมแครตบอกว่า ร่างกฎหมายฉบับนี้จะเพิ่มช่องว่างทางรายได้ระหว่างคนรวยกับคนจนของอเมริกา ขณะเดียวกันก็จะเพิ่มหนี้สาธารณะของประเทศอีก 1.5 ล้านล้านดอลลาร์ในช่วง 10 ปีข้างหย้า เป็น 20 ล้านล้านดอลลาร์ 
  • ด้วยรีพับลิกันครองเสียงข้างมากในวุฒิสภาเพียง 52 - 48 เสียง ดังนั้น พวกเขาจึงสูญเสียเสียงสนับสนุนภายในพรรคได้ไม่เกิน 2 เสียง หากต้องการให้ร่างกฎหมายฉบับนี้ผ่านความเห็นชอบ โดย เจฟฟ์ เฟลค ส.ว. รีพับลิกันบอกว่าเขายังไม่ตัดสินใจ ส่วน ส.ว. จอห์น แม็คเคน ซึ่งป่วยเป็นมะเร็งสมอง ไม่ได้เข้าร่วมประชุม เนื่องจากอยากใช้เวลาอยู่กับครอบครัวในแอริโซนา
  • ดังนั้น รองประธานาธิบดี ไมค์ เพนซ์ จึงกันเหนียวไว้ก่อน ด้วยการเลื่อนแผนเดินทางไปเยือนอียิปต์และอิสราเอลไปเป็นเดือนมกราคม เพื่อเขาจะได้ร่วมประชุมและอาจต้องใช้สิทธิ์อำนาจโหวตตัดสินหากจำเป็น เพื่อรับประกันว่าร่างกฎหมายจะผ่านความเห็นชอบของวุฒิสภา

ภาพ และข้อมูลจาก