News 53/2560

ผู้ว่าการ ธปท. ยืนยันเศรษฐกิจฟื้นตัว


  • วันที่ 2 กันยายน สำนักข่าวไทย รายงานว่านนายวิรไท สันติประภพ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า การที่คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง. ) ปรับอัตราการขยายตัวของเศรษฐกิจไทย ( จีดีพี) ปีนี้ เพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 3.8 จากร้อยละ 3.5 และ ปรับจีดีพีปี 2561 เพิ่มเป็นโตร้อยละ 3.8 จากร้อยละ 3.7 สะท้อนถึงแนวโน้มการฟื้นตัวของเศรษฐกิจที่ชัดเจนมากขึ้นโดยเฉพาะภาคการส่งออก ที่ขยายตัวทุกหมวดสินค้าและในตลาดที่หลากหลายมากขึ้น ขณะที่การท่องเที่ยวปรับตัวดี ส่งผลให้มีการจ้างงานเพิ่มขึ้นโดยเฉพาะในอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับการส่งออก ประกอบกับการบริโภคฟื้นตัว ทำให้ กนง. ปรับเพิ่มจีดีพีครั้งนี้ นอกจากนี้ยังพบว่า หนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้หรือเอ็นพีแอลในกลุ่มภาคการส่งออกมีสัญญาณดีขึ้น และการขอสินเชื่อของธนาคารพาณิชย์ก็ขยายตัวดีขึ้นเช่นกัน ส่วนอัตราเงินเฟ้อที่มีการปรับลดลง อยู่ที่ร้อยละ 0.6 เนื่องมาจากราคาสินค้าเกษตรในปีก่อน มีฐานสูงเพราะเผชิญสถานการณ์ภัยแล้ง แต่ในปีนี้ราคาสินค้าเกษตรปรับลดลงจึงทำให้อัตราเงินเฟ้อปรับลง
  • ส่วนสถานการณ์ค่าเงินบาทที่มีการเปลี่ยนแปลงแข็งค่าขึ้น เนื่องจากค่าเงินดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่า ซึ่งยังต้องติดตามการเคลื่อนไหวอย่างใกล้ชิด โดยเงินทุนต่างชาติจะไหลเข้า-ออก มากหรือน้อยขึ้นอยู่กับมุมมองต่อเศรษฐกิจประเทศขนาดใหญ่  ความคืบหน้านโยบายการเงินของสหรัฐ การปฏิรูปภาษีของสหรัฐฯ การลดขนาดงบดุลของธนาคารกลางสหรัฐ รวมทั้งความตึงเครียดในคาบสมุทรเกาหลี ซึ่งมีผลทำให้นักลงทุนลดความเสี่ยงโยกเงินเข้ามาในตลาดที่มีความเสี่ยงต่ำ อย่างไรก็ตามเงินทุนที่ไหลเข้ายังเป็นส่วนน้อยหากเทียบกับการเกินดุลบัญชีเดินสะพัดของประเทศไทย
  • ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย ย้ำด้วยว่าการดำเนินนโยบายการเงินต้องมองใน 3 มิติ คือ 1. เสถียรภาพด้านเศรษฐกิจมหภาค ไม่ต้องการให้อัตราเงินเฟ้อปรับเร่งตัวขึ้นเร็ว 2. การฟื้นตัวของเศรษฐกิจที่เต็มศักยภาพ 3. เสถียรภาพด้านการเงินต้องยั่งยืน เพราะหากอัตราดอกเบี้ยต่ำเกินไปจะทำให้ประชาชนลดการออม และหันไปแสวงหาการลงทุนในสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงสูงขึ้น จนอาจกระทบต่อเสถียรภาพเศรษฐกิจในระยะยาวได้ ดังนั้นการดำเนินนโยบายการเงินต้องติดตามสถานการณ์รอบด้าน หากมีความจำเป็นธนาคารแห่งประเทศไทยก็มีเครื่องมือที่พร้อมจะเข้ามาดูแล               

ภาพ และข้อมูลจาก