News 87/2560

สหรัฐฯ ปฏิเสธเพิ่มทุน เวิลด์แบงก์

  • วันที่ 14 ตุลาคม สำนักข่าว ผู้จัดการ รายงานว่าสตีเวน มนูชิน รัฐมนตรีกระทรวงการคลังสหรัฐฯ ระบุว่า สถาบันการเงินยักษ์ใหญ่ซึ่งมีฐานอยู่ที่กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ยัง “ด้อยประสิทธิภาพ” และควรบริหารเงินได้ดีกว่านี้ภายใต้งบสนับสนุนการพัฒนาเกือบ 60,000 ล้านดอลลาร์ที่สหรัฐฯ มอบให้ในแต่ละปี
เขาระบุว่า หากเวิลด์แบงก์ซึ่งมีสหรัฐฯ เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่บริหารการเงินอย่างมีประสิทธิภาพยิ่งกว่านี้ ก็จะสามารถสร้างฐานเงินทุนและขยายการปล่อยกู้ได้ โดยไม่ต้องขอเงินเพิ่มจากรัฐสมาชิก 189 ประเทศ 
  • ในถ้อยแถลงต่อคณะกรรมการด้านการพัฒนาซึ่งมีหน้าที่กำหนดโครงการของเวิลด์แบงก์และกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) มนูชิน ระบุว่า เวิลด์แบงก์ควรลดเงินอุดหนุนประเทศกำลังพัฒนาที่ไม่จำเป็นต้องรับความช่วยเหลือจากภายนอกมากนัก และต้องสร้างวินัยการคลัง เช่น ควบคุมการจ่ายเงินเดือนและสวัสดิการให้แก่พนักงาน เป็นต้น
“การเพิ่มทุนไม่ใช่สิ่งจำเป็น ในเมื่อทุนที่ได้รับอยู่แล้วยังไม่ถูกจัดสรรอย่างมีประสิทธิภาพ... หัวใจสำคัญอยู่ที่การบริหารทรัพยากรเหล่านี้ให้ตกถึงภาคส่วนที่จำเป็นที่สุด และได้ผลตอบแทนอย่างยั่งยืน” มนูชิน กล่าว
  • รัฐมนตรีผู้นี้ยังเอ่ยพาดพิงเป็นนัยๆ ถึงจีน ซึ่งได้รับประโยชน์จากโครงการของเวิลด์แบงก์ทั้งที่มีเงินทุนสำรองระหว่างประเทศสูงถึง 3 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยระบุว่าประเทศเช่นนี้ไม่ควรได้รับความช่วยเหลืออีก ส่วนประเทศที่สถานะทางการเงินดีแต่ยังมาขอกู้ยืม ธนาคารอาจส่งผู้เชี่ยวชาญไปให้คำแนะนำ โดยไม่ต้องอนุมัติปล่อยกู้
ถ้อยแถลงของ มนูชิน เป็นการปฏิเสธแนวคิดของประธานเวิลด์แบงก์ จิม ยองคิม ซึ่งเสนอแผนเพิ่มทุนให้แก่ธนาคาร และยังสะท้อนจุดยืนของประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ที่ปลีกตัวออกจากข้อตกลงระหว่างประเทศแล้วหลายฉบับ
  • สหรัฐฯ เพิ่งจะลาออกจากการเป็นสมาชิกองค์การการศึกษาวิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (UNESCO) โดยอ้างว่าหน่วยงานพิทักษ์มรดกโลกของยูเอ็นบิดเบือนทางประวัติศาสตร์ แถมยังมีอคติต่อชาวยิว

ภาพ และข้อมูลจาก