News 91/2560

นายกรัฐมนตรีตั้งคณะทำงานหาทางออกนำเข้าหมูสหรัฐฯ


  • วันที่ 13 ตุลาคม สำนักข่าว เดลินิวส์ รายงานว่านางอภิรดี ตันตราภรณ์ รมว.พาณิชย์ เปิดเผยว่า  ขณะนี้พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้มีคำสั่งให้กระทรวงเกษตรและสหรณ์เป็นเจ้าภาพในการตั้งคณะทำงานขึ้นมาหารือร่วมกับตัวแทนฝ่ายสหรัฐ เพื่อหารือถึงแนวทางในการนำเข้าหมูและเครื่องในจากสหรัฐ ซึ่งตัวแทนฝ่ายไทยจะมีหน่วยงานต่างๆเข้าร่วม ส่วนฝ่ายสหรัฐต้องรอให้กระทรวงเกษตรฯเป็นผู้ประสานงานว่าจะหารือกับหน่วยงานใดของสหรัฐ
“สาเหตุที่ต้องตั้งคณะทำงานขึ้นมาคุยกับสหรัฐ เพราะสหรัฐได้คุยกับไทยในเรื่องความเป็นไปได้ในการนำเข้าหมูและเครื่องในมาแล้ว 5-6 ปี แต่ไม่มีความคืบหน้าใดๆ จึงมีการตั้งคณะทำงานขึ้นมาหารือกัน โดยกระทรวงเกษตรฯจะรับเป็นเจ้าภาพและเชิญทุกฝ่ายมาประชุมเพื่อประเมินผลกระทบทั้งหมด และแนวทางความเป็นไปได้”
  • ในการเดินทางไปเยือนสหรัฐของนายกรัฐมนตรีเมื่อต้นเดือนต.ค.ที่ผ่านมา ฝ่ายไทยและสหรัฐไม่ได้มีการหารือในเรื่องการนำเข้าหมูและเครื่องใน ซึ่งในแถลงการณ์ร่วมก็ไม่ได้มีการพูดถึงเรื่องนี้ แต่การพบกับสำนักงานผู้แทนการค้าสหรัฐ (ยูเอสทีอาร์) ฝ่ายสหรัฐได้ถามถึงเรื่องการเปิดตลาดหมูและเครื่องใน ซึ่งทางอธิบดีกรมปศุสัตว์เป็นผู้ชี้แจง หลังจากนั้นก็ไม่ได้มีการพูดถึงเรื่องนี้อีก
  • สำหรับการนำเข้าเนื้อสัตว์ปีกและไก่งวงที่สหรัฐเรียกร้องให้ไทยเปิดนำเข้า หลังจากที่ไทยงดนำเข้าเพราะมีการระบาดไข้หวัดนกในสหรัฐนั้น เรื่องดังกล่าวทางกรมปศุสัตว์จะเป็นผู้หารือกับสหรัฐ ซึ่งล่าสุดทางสหรัฐได้ขอให้ไทยเปิดให้นำเข้าสัตว์ปีกและไก่งวงในพื้นที่ไม่มีการระบาดของไข้หวัดนก ซึ่งสหรัฐจะต้องมีการส่งรายชื่อโรงงานที่ผลิตสัตว์ปีกและไก่งวงเหล่านี้มาให้กรมปศุสัตว์พิจารณา เพื่อตรวจสอบโรงงานว่าไม่มีการะบาดจริง แต่ขณะนี้ทางสหรัฐยังไม่จัดส่งรายชื่อโรงงานมาให้ฝ่ายไทย
นางนันทวัลย์ ศกุนตนาค ปลัดกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า ขณะนี้ กระทรวงพาณิชย์ได้ทำหนังสือไปถึงกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยระบุถึงคำสั่งของนายกรัฐมนตรีที่มอบหมายให้กระทรวงเกษตรฯรับเป็นเจ้าภาพในการตั้งคณะทำงานหารือร่วมกับทางสหรัฐแล้ว เพราะหน่วยงานกระทรวงเกษตรฯ คือ กรมปศุสัตว์ เป็นผู้ดูแลกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการดูแลหมูภายในประเทศ
  • รายงานข่าวจากกระทรวงพาณิชย์ แจ้งว่า การตั้งคณะทำงานชึ้นมาหารือกับสหรัฐ เพื่อพิจารณาแนวทางในการนำเข้าหมูและเครื่องในจากสหรัฐ เนื่องจากสหรัฐเรียกร้องได้ให้เปิดนำเข้ามาตลอด แต่ไทยมีกฎหมาย 2 ฉบับ ที่ห้ามใช้สารเร่งเนื้อแดง (แรคโตพามีน) เพราะการเลี้ยงหมูของสหรัฐมีการใช้สารดังกล่าวในการเลี้ยง ซึ่งจะผิดกฎหมายได้ คือ พ.ร.บ.ควบคุมคุณภาพอาหารสัตว์ พ.ศ. 2558  ที่ห้ามผู้เลี้ยงผสมสารเร่งเนื้อแดงในอาหารที่ใช้เลี้ยงสัตว์ รวมถึงหมูด้วย เพราะจะทำให้สารเร่งเนื้อแดงตกค้างในเนื้อสัตว์ และผู้บริโภคได้รับอันตรายจากการบริโภค รวมถึงยังห้ามเนื้อสัตว์และเครื่องในที่นำเข้าจากต่างประเทศ ใช้สารเร่งเนื้อแดงในการเลี้ยง และห้ามมีสารเร่งเนื้อแดงตกค้างด้วย และประกาศกระทรวงสาธารณสุข พ.ศ. 2546 เรื่อง มาตรฐานอาหารที่มีการปนเปื้อนสารเคมีกลุ่มเบต้าอะโกนิสต์ โดยห้ามมีสารเร่งเนื้อแดงตกค้างในเนื้อสัตว์ และหมูในประเทศอย่างเด็ดขาด ผู้ฝ่าฝืนมีโทษปรับไม่เกิน 5 หมื่นบาท

ภาพ และข้อมูลจาก